อ่านนิดนึงนะจ๊ะ ^ ^ : ฟิกเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการดังนั้นอาจจะมีบางอย่างไม่เหมาะสม มิได้มีเจตนาว่ากล่าวหรือว่าร้ายแก่บุคคลในฟิกแต่อย่างใด ดังนั้น ฟิกเรื่องนี้จึงเป็นฟิกที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยค่ะ หากท่านใดที่รับฟิกเรื่องนี้ไม่ได้กรุณาปิดลงได้เลยนะคะ ขอบคุณค่ะ^ ^

Fiction:Tri-angle Love
rate: PG13(up)
Step 3
....เจสสิก้า.......... ร่างสูงพึมพำ ในขณะที่สาวสวยตรงหน้ายิ้มหวานก่อนจะกอดเขาเต็มรัก โดยที่ทั้งสองคนเป็นจุดสนใจไม่น้อย
เอ่อ....คุณมาได้ยังไงน่ะ? ยุนโฮพูดด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ แต่สาวสวยตรงหน้าก็ไม่ได้เอะใจอะไร ซ้ำยังยิ้มแย้มให้เค้าอีกต่างหาก
ช่างเถอะค่ะ..เอาเป็นว่าเจสคิดถึงคุณมากนะที่รัก ไม่พูดเปล่า จมูกโด่งสวยสัมผัสไปที่แก้มของฝ่ายชายอย่างรวดเร็วก่อนจะนั่งเก้าอี้ข้างกายพร้อมวางท่าทีเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอย่างเต็มที่โดยไม่สนใจท่าทีอึกอักของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย..
.. แน่ล่ะ .. แค่กระดิกตัวไปห้องน้ำยังยากเลย ..
พั้นช์แก้ว..เร็วๆด้วย หญิงสาวหันไปบอกกับบริกรหน้าหวานด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจ ทำให้ร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆรู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาชั่วครู่ ..ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน
เจสจะไปเร่งเค้าทำไม?..ยังไงเค้าก็ต้องมาเสิร์ฟคุณอยู่แล้วนี่? ยุนโฮถามออกไปอย่างลืมตัว เจสสิก้าดูเหมือนจะงงเล็กน้อยก่อนยิ้มหวานราวกับไม่เกิดอะไรขึ้น
แหม..ก็ดื่มเสร็จ เจสจะได้อยู่กับยุนโฮนานๆไงคะ หญิงสาวว่า นิ้วเรียวที่มีเล็บยาวซึ่งเพ้นท์ไว้อย่างงดงามค่อยๆไล้ไปตามรูปหน้าหล่อเหลาของคนข้างๆ ทำไมต้องไปแคร์ด้วยล่ะ?..กะอีแค่บริกะ..
อย่างน้อย..เค้าก็ทำงานในนี้ ที่นี่ผมเป็นหุ้นส่วน! คุณอย่าลืมสิ ร่างสูงพูดขัดด้วยการขึ้นน้ำเสียงอย่างลืมตัว แววตาไม่พอใจฉายออกมาจากดวงตาคู่โตสวย แต่ยุนโฮก็ไม่คิดจะสนใจ ใบหน้าคมคายยังคงพูดต่อโดยไม่มองหน้าอีกฝ่ายเพียงสักนิด แล้วอีกอย่าง...วันนี้ผมคงไม่ว่างมานั่งคุยกับคุณทั้งคืนเหมือนผู้ชายคนอื่นที่คุณเคยคบหรอกนะ
คุณหาเรื่องฉันเหรอ ยุนโฮ!!
เปล่า..ผมพูดความจริง.. ยุนโฮเอ่ยโดยการไปทางอื่น ทำท่าทีราวกับว่าไม่คิดจะใส่ใจ..แน่นอนตอนนี้เค้ากำลังทำตามแผนที่ยูชอนบอกไว้..พูดออกไปตรงๆโดยที่ไม่ต้องแคร์ ก็ในเมื่อหล่อนเองไม่เคยคิดที่จะแคร์ใครเลย...
เอ่อ..ขอโทษนะครับ พั้นช์ได้แล้วครับ แจจุงเอ่ยขึ้นอย่างข่มใจ...จริงๆเค้าทำเสร็จตั้งนานแล้วแต่เห็น2คนนี้กำลังตั้งแหง่งอนกันอยู่ ก็ไม่อยากจะไปขัดจังหวะ....
...กลัวจะโดนระเบิดปรมาณูจากแม่ไฮโซสาวสมองกลวงนี่เข้า...ไม่คุ้มเสียจริงๆ...
ไม่เอาแล้ว!... เป็นดังคาด เสียงของเจ้าหล่อนนั้นแหลมปรี๊ดเอาการ พูดเสร็จแล้วก็ลุกออกไปดื้อๆจนทำให้หนุ่มน้อยหน้าหวานงงพอดู ก่อนจะหันหน้าไปหายุนโฮที่นั่งหน้าตายอยู่อย่างไม่รู้สึกรู้สา..
เอ่อ.. นี่!คุณไม่คิดตามแฟนคุณไปเรอะ? แจจุงถามยุนโฮที่นั่งยกแก้วขึ้นมาจิบเนือยๆ ยุนโฮส่ายหัวช้าๆก่อนจะล้วงกระเป๋าขึ้นมาเพื่อหยิบเงินแล้วส่งให้ร่างบาง
ฉันจ่ายสองแก้วนี้เองล่ะนะ..... ร่างสูงพูดพลางทำท่าจะลุกแต่เสียงของบริกรหน้าหวานชะแล่มก็ขัดขึ้นมาซะก่อน ...
เดี๋ยวครับ! .. เงินทอน
ฉันให้นาย.....ให้นายคนเดียว..ไม่ต้องเอาไปรวมกับค่าทิปนะ ยุนโฮพูดก่อนจะยิ้มให้ร่างบาง .... ยิ้มครั้งนี้เขาสาบานได้เลยว่ามาจากใจจริง
เอ่อ...ขอบคุณครับ แจจุงโค้งให้ทีนึงก่อนจะยิ้มสดใสอีกครั้ง .. แต่ก็ยังคงงงๆอยู่ ก็บริการตามปกติแต่ทิปทำไมเยอะจัง แถมให้เก็บไว้คนเดียวอีก..ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ
ร่างสูงเดินออกมาจากผับ ก่อนจะปลดล็อครถ ในหัวก็มีแต่รอยยิ้มนั้น คิดแล้วก็คุ้มดี ถ้าจะได้เห็นยิ้มสดใสกับหน้าสวยๆนั้นก่อนกลับบ้าน...
...หน้าสวย?......เค้าเป็นผู้ชายไม่ใช่รึวะยุนโฮ...?
ร่างสูงนึกเถียงในใจ พลางเปิดประตูรถด้านคนขับคาเอาไว้อย่างนั้น ในหัวสมองความคิดตีกันจนยุ่ง
..ช่างเถอะ...จะผู้หญิงผู้ชาย.....ถ้าแค่นิสัยน่ารักอย่างนั้น..ไม่เหมือนแม่เจสกิก้าก็เพียงพอแล้ว...
แจจุง....นายจะไปกินข้าวที่ไหนมั้ย?
เด็กหนุ่มตัวสูง ผิวสีแทนที่เดินเข้ามาในห้องครัวเอ่ยถามเพื่อน ร่างบางหันมามองก่อนจะส่ายหัวน้อยๆ ชางมินเพื่อนของเขาที่มาค่อยช่วยเสมอ เนื่องจากน้าของชางมินเป็นพนักงานบัญชีที่ผับนี้ และอีกอย่างก็เป็นเพื่อนของเขาที่โรงเรียนเก่าอีกด้วย แต่ตอนนี้ชางมินกำลังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่..ส่วนตัวเขาก็ดรอปไว้..
ไม่ล่ะ..ชางมิน..ฉันว่าอยากกลับไปนอนเลยน่ะ ง่วงชะมัดเลย แจจุงพูดพลางขยี้ตา ภาพตรงหน้าดูน่ารักเหมือนเด็กๆ ชางมินอมยิ้มน้อยๆก่อนจะช่วยเพื่อนเก็บของ
นายนี่ โหมงานทุกวันเลยน้า...เพลาๆบ้างก็ได้..ทั้งกลางวันกลางคืน เหนื่อยแย่ ร่างสูงเอ่ย แจจุงมองเพื่อนที่บ่นกระปอดกระแปดเหมือนคนแก่ก็อดที่จะแซวไม่ได้..
แก่แล้วเหรอนายน่ะ!.....บ่นใส่ฉันทุกทีเลย ร่างบางว่าพลางแสร้งทำหน้ามุ่ย ชางมินเคาะหัวเพื่อนรักเบาๆทีนึง ให้มันรู้เสียบ้างง่วงจะตายยังไม่วายมาแซวอีก คนเขาห่วงแล้วยังจะ ..
โอ้ย!เจ็บนะ.. ร่างบางว่าพลางยกมือตัวเองขึ้นลูบหัวป้อยๆ แต่คนที่ทำหัวเราะส่งผลให้อีกฝ่ายมองหน้าค้อนๆ
เวอร์..เวอร์...กลับบ้านไปเถอะนายน่ะ..เดี๋ยวฉันจัดการเอง..คุณน้าทำบัญชีอยู่ในร้านน่ะ ชางมินบอกแกมบังคับอีกที แจจุงพยักหน้าเออออก่อนจะถอดชุดเครื่องแบบบริกรเก็บใส่ล็อคเกอร์ของตัวเองให้เรียบร้อยแล้วหยิบเสื้อหนาวมาคลุม
งั้น..ฉันไปแล้วนะชางมินบ๊ายบาย
อื้อ บาย ร่างสูงบายกลับ ก่อนจะมองจนแผ่นหลังบางเดินไกลออกไปจนลับตา
ร่างบางเดินออกมาจากหลังร้าน อากาศภายนอกหนาวกว่าที่คิด แสงไฟที่หน้าร้านส่องสว่างไปทั่ว มือเรียวกระชับเสื้อหนาวให้แน่นขึ้น มุ่งหน้าจะไปเรียกรถแท็กซี่..
เฮ้!! นาย !!
ร่างบางหยุดชะงักทันที ก่อนจะหันไปมองว่าใครเรียกชื่อเขา...เมื่อหันไปก็พบกับชายร่างสูงคนนั้น...
...คนที่ให้ทิปเขาตั้งมากมายนั่นเอง...จุง ยุนโฮ......
จะกลับบ้านเหรอ? ร่างสูงว่าพลางวิ่งเหยาะตรงมาหา ไอเย็นลอยออกมาเมื่อร่างสูงอ้าปากพูด ดวงตาเรียวที่ดูมีเสน่ห์นั้นมีแรงดึงดูดมากมายให้น่าสนใจ
เอ่อ..ครับ ตอบพลางยิ้มให้ ยิ้มอีกแล้ว ยิ้มที่ทำให้คนมองแทบละลาย ยุนโฮฉวยข้อมือบางมากุมไว้แน่นก่อนจะลากอีกฝ่ายไปที่รถ จนแจจุงแทบตั้งตัวไม่ทัน ดวงตาสีนิลกลมโตฉายแววขัดขืนระคนใจ
เดี๋ยว! เดี๋ยวๆ .. คุณจะพาผมไปไหนเนี่ย ผมต้องกลับบ้านนะ แจจุงตอบหน้ามุ่ย ก่อนจะขืนข้อมือออกจากการเกาะกุมของร่างสูง จุง ยุนโฮถอนใจน้อยๆก่อนจะดึงข้อแขนบางให้ตามมาอีกครั้ง
ฉันก็จะไปส่งไงเล่า! กลับดึกๆดื่นๆ หนาวจะตายแถมคนเดียวอีกตะหาก ยุนโฮว่างพลางเปิดประตูรถแล้วดันคนตัวเล็กให้เข้าไปในแวนคันหรู ร่างบางทำท่าว่าจะปฎิเสธแต่ยุนโฮก็ไม่เปิดโอกาศนั้นให้ พลางรีบวิ่งขึ้นรถ จนทำให้อีกคนที่นั่งอยู่เริ่มลำบากใจ
จะให้ฉันจอดตรงนี้เนี่ยนะ!?..
ร่างสูงว่าพลางเพ่งมองดู สวนสาธารณะเนี่ยเหรอ..จะว่ามันมีไฟที่ทางเดินมันก็มีอยู่หรอก..แต่ว่ามันไม่มีคนเลยนะ
อื้อ...เดี๋ยวผมเดินไปเองได้น่า หอพักผมอยู่ใกล้นี่เอง แจจุงว่าพลางดึงล็อคแล้วเปิดประตูลงไป..โดยที่ยุนโฮกำลังจะอ้าปากหาข้อต่อรอง
ขอบคุณนะครับที่มาส่ง..ผมไปล่ะนะ บ๊ายบาย ว่าแล้วก็โบกมือแล้ววิ่งไปทันทีโดยไม่รอให้เค้าถามอะไรสักนิด ร่างสูงจึงได้แต่จอดรถมองดูว่าหนุ่มหน้าหวานจะไปทางไหน แต่ก็เห็นแค่ร่างไกลๆที่ทำมือเหมือนให้เขาออกรถไปได้แล้วก็เท่านั้น..ยุนโฮจึงจำใจต้องออกรถอย่างเสียดาย...ดวงตาคมจ้องมองจนพ้นสายตาก่อนจะเหยียบคันเร่งออกไปสู่ถนนใหญ่ ..
ร่างบางกระชับเสื้อหนาวเข้ากับตัวเพราะ อากาศที่เริ่มเย็นจับหลายองศา ไฟตามทางเท้าส่องสว่างเป็นจุดๆ คิม แจจุงเดินไปเรื่อยๆก่อนจะเริ่มเอะใจ เมื่อรู้สึกได้ถึงฝีเท้าตามหลังเขามา!
... มีคนเดินตามมา ....
แจจุงผ่อนลมหายใจช้าๆ ก่อนจะคว้ามีดพับที่อยู่ในกระเป๋ามากำไว้ในมือแน่น ข้อเท้าเริ่มก้าวช้าลงๆ ร่างบางสูดหายใจเข้าลึกๆในทันใดนั้นก็หันไปประจันหน้ากับมีดที่พร้อมอยู่ในมือทันที!
เฮ้ย!.... คุณใจเย็นๆครับ.. เสียงที่ตอบกลับมานั้นไม่คุ้นเอาซะเลย แจจุงที่หลับตาปี๋อยู่เอะใจน้อยๆ เปลือกตาบางค่อยๆเปิดเหลือบมอง ดวงตากลมโตมองร่างสูงที่อยู่ในแสงไฟสลัวก่อนที่จะปรับสายตาให้ชิน...
ผม ... ปาร์ค ยูชอนไงครับ.... ร่างสูงแนะนำตัวอีกครั้งก่อนจะยิ้มบางๆ..
.......ไม่เสียแรงที่มาดักรอ...เจอจริงๆซะด้วย........คิม แจจุง........