2007/Mar/26

อ่านนิดนึงนะจ๊ะ ^ ^ : ฟิกเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการดังนั้นอาจจะมีบางอย่างไม่เหมาะสม มิได้มีเจตนาว่ากล่าวหรือว่าร้ายแก่บุคคลในฟิกแต่อย่างใด ดังนั้น ฟิกเรื่องนี้จึงเป็นฟิกที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยค่ะ หากท่านใดที่รับฟิกเรื่องนี้ไม่ได้กรุณาปิดลงได้เลยนะคะ ขอบคุณค่ะ^ ^


Fiction:Tri-angle Love

rate: PG13(up)

Step 3

....เจสสิก้า.......... ร่างสูงพึมพำ ในขณะที่สาวสวยตรงหน้ายิ้มหวานก่อนจะกอดเขาเต็มรัก โดยที่ทั้งสองคนเป็นจุดสนใจไม่น้อย

เอ่อ....คุณมาได้ยังไงน่ะ? ยุนโฮพูดด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ แต่สาวสวยตรงหน้าก็ไม่ได้เอะใจอะไร ซ้ำยังยิ้มแย้มให้เค้าอีกต่างหาก

ช่างเถอะค่ะ..เอาเป็นว่าเจสคิดถึงคุณมากนะที่รัก ไม่พูดเปล่า จมูกโด่งสวยสัมผัสไปที่แก้มของฝ่ายชายอย่างรวดเร็วก่อนจะนั่งเก้าอี้ข้างกายพร้อมวางท่าทีเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอย่างเต็มที่โดยไม่สนใจท่าทีอึกอักของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย..

.. แน่ล่ะ .. แค่กระดิกตัวไปห้องน้ำยังยากเลย ..

พั้นช์แก้ว..เร็วๆด้วย หญิงสาวหันไปบอกกับบริกรหน้าหวานด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจ ทำให้ร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆรู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาชั่วครู่ ..ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน

เจสจะไปเร่งเค้าทำไม?..ยังไงเค้าก็ต้องมาเสิร์ฟคุณอยู่แล้วนี่? ยุนโฮถามออกไปอย่างลืมตัว เจสสิก้าดูเหมือนจะงงเล็กน้อยก่อนยิ้มหวานราวกับไม่เกิดอะไรขึ้น

แหม..ก็ดื่มเสร็จ เจสจะได้อยู่กับยุนโฮนานๆไงคะ หญิงสาวว่า นิ้วเรียวที่มีเล็บยาวซึ่งเพ้นท์ไว้อย่างงดงามค่อยๆไล้ไปตามรูปหน้าหล่อเหลาของคนข้างๆ ทำไมต้องไปแคร์ด้วยล่ะ?..กะอีแค่บริกะ..

อย่างน้อย..เค้าก็ทำงานในนี้ ที่นี่ผมเป็นหุ้นส่วน! คุณอย่าลืมสิ ร่างสูงพูดขัดด้วยการขึ้นน้ำเสียงอย่างลืมตัว แววตาไม่พอใจฉายออกมาจากดวงตาคู่โตสวย แต่ยุนโฮก็ไม่คิดจะสนใจ ใบหน้าคมคายยังคงพูดต่อโดยไม่มองหน้าอีกฝ่ายเพียงสักนิด แล้วอีกอย่าง...วันนี้ผมคงไม่ว่างมานั่งคุยกับคุณทั้งคืนเหมือนผู้ชายคนอื่นที่คุณเคยคบหรอกนะ

คุณหาเรื่องฉันเหรอ ยุนโฮ!!

เปล่า..ผมพูดความจริง.. ยุนโฮเอ่ยโดยการไปทางอื่น ทำท่าทีราวกับว่าไม่คิดจะใส่ใจ..แน่นอนตอนนี้เค้ากำลังทำตามแผนที่ยูชอนบอกไว้..พูดออกไปตรงๆโดยที่ไม่ต้องแคร์ ก็ในเมื่อหล่อนเองไม่เคยคิดที่จะแคร์ใครเลย...

เอ่อ..ขอโทษนะครับ พั้นช์ได้แล้วครับ แจจุงเอ่ยขึ้นอย่างข่มใจ...จริงๆเค้าทำเสร็จตั้งนานแล้วแต่เห็น2คนนี้กำลังตั้งแหง่งอนกันอยู่ ก็ไม่อยากจะไปขัดจังหวะ....

...กลัวจะโดนระเบิดปรมาณูจากแม่ไฮโซสาวสมองกลวงนี่เข้า...ไม่คุ้มเสียจริงๆ...

ไม่เอาแล้ว!... เป็นดังคาด เสียงของเจ้าหล่อนนั้นแหลมปรี๊ดเอาการ พูดเสร็จแล้วก็ลุกออกไปดื้อๆจนทำให้หนุ่มน้อยหน้าหวานงงพอดู ก่อนจะหันหน้าไปหายุนโฮที่นั่งหน้าตายอยู่อย่างไม่รู้สึกรู้สา..

เอ่อ.. นี่!คุณไม่คิดตามแฟนคุณไปเรอะ? แจจุงถามยุนโฮที่นั่งยกแก้วขึ้นมาจิบเนือยๆ ยุนโฮส่ายหัวช้าๆก่อนจะล้วงกระเป๋าขึ้นมาเพื่อหยิบเงินแล้วส่งให้ร่างบาง

ฉันจ่ายสองแก้วนี้เองล่ะนะ..... ร่างสูงพูดพลางทำท่าจะลุกแต่เสียงของบริกรหน้าหวานชะแล่มก็ขัดขึ้นมาซะก่อน ...

เดี๋ยวครับ! .. เงินทอน

ฉันให้นาย.....ให้นายคนเดียว..ไม่ต้องเอาไปรวมกับค่าทิปนะ ยุนโฮพูดก่อนจะยิ้มให้ร่างบาง .... ยิ้มครั้งนี้เขาสาบานได้เลยว่ามาจากใจจริง

เอ่อ...ขอบคุณครับ แจจุงโค้งให้ทีนึงก่อนจะยิ้มสดใสอีกครั้ง .. แต่ก็ยังคงงงๆอยู่ ก็บริการตามปกติแต่ทิปทำไมเยอะจัง แถมให้เก็บไว้คนเดียวอีก..ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ

ร่างสูงเดินออกมาจากผับ ก่อนจะปลดล็อครถ ในหัวก็มีแต่รอยยิ้มนั้น คิดแล้วก็คุ้มดี ถ้าจะได้เห็นยิ้มสดใสกับหน้าสวยๆนั้นก่อนกลับบ้าน...

...หน้าสวย?......เค้าเป็นผู้ชายไม่ใช่รึวะยุนโฮ...?

ร่างสูงนึกเถียงในใจ พลางเปิดประตูรถด้านคนขับคาเอาไว้อย่างนั้น ในหัวสมองความคิดตีกันจนยุ่ง

..ช่างเถอะ...จะผู้หญิงผู้ชาย.....ถ้าแค่นิสัยน่ารักอย่างนั้น..ไม่เหมือนแม่เจสกิก้าก็เพียงพอแล้ว...

แจจุง....นายจะไปกินข้าวที่ไหนมั้ย?

เด็กหนุ่มตัวสูง ผิวสีแทนที่เดินเข้ามาในห้องครัวเอ่ยถามเพื่อน ร่างบางหันมามองก่อนจะส่ายหัวน้อยๆ ชางมินเพื่อนของเขาที่มาค่อยช่วยเสมอ เนื่องจากน้าของชางมินเป็นพนักงานบัญชีที่ผับนี้ และอีกอย่างก็เป็นเพื่อนของเขาที่โรงเรียนเก่าอีกด้วย แต่ตอนนี้ชางมินกำลังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่..ส่วนตัวเขาก็ดรอปไว้..

ไม่ล่ะ..ชางมิน..ฉันว่าอยากกลับไปนอนเลยน่ะ ง่วงชะมัดเลย แจจุงพูดพลางขยี้ตา ภาพตรงหน้าดูน่ารักเหมือนเด็กๆ ชางมินอมยิ้มน้อยๆก่อนจะช่วยเพื่อนเก็บของ

นายนี่ โหมงานทุกวันเลยน้า...เพลาๆบ้างก็ได้..ทั้งกลางวันกลางคืน เหนื่อยแย่ ร่างสูงเอ่ย แจจุงมองเพื่อนที่บ่นกระปอดกระแปดเหมือนคนแก่ก็อดที่จะแซวไม่ได้..

แก่แล้วเหรอนายน่ะ!.....บ่นใส่ฉันทุกทีเลย ร่างบางว่าพลางแสร้งทำหน้ามุ่ย ชางมินเคาะหัวเพื่อนรักเบาๆทีนึง ให้มันรู้เสียบ้างง่วงจะตายยังไม่วายมาแซวอีก คนเขาห่วงแล้วยังจะ ..

โอ้ย!เจ็บนะ.. ร่างบางว่าพลางยกมือตัวเองขึ้นลูบหัวป้อยๆ แต่คนที่ทำหัวเราะส่งผลให้อีกฝ่ายมองหน้าค้อนๆ

เวอร์..เวอร์...กลับบ้านไปเถอะนายน่ะ..เดี๋ยวฉันจัดการเอง..คุณน้าทำบัญชีอยู่ในร้านน่ะ ชางมินบอกแกมบังคับอีกที แจจุงพยักหน้าเออออก่อนจะถอดชุดเครื่องแบบบริกรเก็บใส่ล็อคเกอร์ของตัวเองให้เรียบร้อยแล้วหยิบเสื้อหนาวมาคลุม

งั้น..ฉันไปแล้วนะชางมินบ๊ายบาย

อื้อ บาย ร่างสูงบายกลับ ก่อนจะมองจนแผ่นหลังบางเดินไกลออกไปจนลับตา

ร่างบางเดินออกมาจากหลังร้าน อากาศภายนอกหนาวกว่าที่คิด แสงไฟที่หน้าร้านส่องสว่างไปทั่ว มือเรียวกระชับเสื้อหนาวให้แน่นขึ้น มุ่งหน้าจะไปเรียกรถแท็กซี่..

เฮ้!! นาย !!

ร่างบางหยุดชะงักทันที ก่อนจะหันไปมองว่าใครเรียกชื่อเขา...เมื่อหันไปก็พบกับชายร่างสูงคนนั้น...

...คนที่ให้ทิปเขาตั้งมากมายนั่นเอง...จุง ยุนโฮ......

จะกลับบ้านเหรอ? ร่างสูงว่าพลางวิ่งเหยาะตรงมาหา ไอเย็นลอยออกมาเมื่อร่างสูงอ้าปากพูด ดวงตาเรียวที่ดูมีเสน่ห์นั้นมีแรงดึงดูดมากมายให้น่าสนใจ

เอ่อ..ครับ ตอบพลางยิ้มให้ ยิ้มอีกแล้ว ยิ้มที่ทำให้คนมองแทบละลาย ยุนโฮฉวยข้อมือบางมากุมไว้แน่นก่อนจะลากอีกฝ่ายไปที่รถ จนแจจุงแทบตั้งตัวไม่ทัน ดวงตาสีนิลกลมโตฉายแววขัดขืนระคนใจ

เดี๋ยว! เดี๋ยวๆ .. คุณจะพาผมไปไหนเนี่ย ผมต้องกลับบ้านนะ แจจุงตอบหน้ามุ่ย ก่อนจะขืนข้อมือออกจากการเกาะกุมของร่างสูง จุง ยุนโฮถอนใจน้อยๆก่อนจะดึงข้อแขนบางให้ตามมาอีกครั้ง

ฉันก็จะไปส่งไงเล่า! กลับดึกๆดื่นๆ หนาวจะตายแถมคนเดียวอีกตะหาก ยุนโฮว่างพลางเปิดประตูรถแล้วดันคนตัวเล็กให้เข้าไปในแวนคันหรู ร่างบางทำท่าว่าจะปฎิเสธแต่ยุนโฮก็ไม่เปิดโอกาศนั้นให้ พลางรีบวิ่งขึ้นรถ จนทำให้อีกคนที่นั่งอยู่เริ่มลำบากใจ

จะให้ฉันจอดตรงนี้เนี่ยนะ!?..

ร่างสูงว่าพลางเพ่งมองดู สวนสาธารณะเนี่ยเหรอ..จะว่ามันมีไฟที่ทางเดินมันก็มีอยู่หรอก..แต่ว่ามันไม่มีคนเลยนะ

อื้อ...เดี๋ยวผมเดินไปเองได้น่า หอพักผมอยู่ใกล้นี่เอง แจจุงว่าพลางดึงล็อคแล้วเปิดประตูลงไป..โดยที่ยุนโฮกำลังจะอ้าปากหาข้อต่อรอง

ขอบคุณนะครับที่มาส่ง..ผมไปล่ะนะ บ๊ายบาย ว่าแล้วก็โบกมือแล้ววิ่งไปทันทีโดยไม่รอให้เค้าถามอะไรสักนิด ร่างสูงจึงได้แต่จอดรถมองดูว่าหนุ่มหน้าหวานจะไปทางไหน แต่ก็เห็นแค่ร่างไกลๆที่ทำมือเหมือนให้เขาออกรถไปได้แล้วก็เท่านั้น..ยุนโฮจึงจำใจต้องออกรถอย่างเสียดาย...ดวงตาคมจ้องมองจนพ้นสายตาก่อนจะเหยียบคันเร่งออกไปสู่ถนนใหญ่ ..

ร่างบางกระชับเสื้อหนาวเข้ากับตัวเพราะ อากาศที่เริ่มเย็นจับหลายองศา ไฟตามทางเท้าส่องสว่างเป็นจุดๆ คิม แจจุงเดินไปเรื่อยๆก่อนจะเริ่มเอะใจ เมื่อรู้สึกได้ถึงฝีเท้าตามหลังเขามา!

... มีคนเดินตามมา ....

แจจุงผ่อนลมหายใจช้าๆ ก่อนจะคว้ามีดพับที่อยู่ในกระเป๋ามากำไว้ในมือแน่น ข้อเท้าเริ่มก้าวช้าลงๆ ร่างบางสูดหายใจเข้าลึกๆในทันใดนั้นก็หันไปประจันหน้ากับมีดที่พร้อมอยู่ในมือทันที!

เฮ้ย!.... คุณใจเย็นๆครับ.. เสียงที่ตอบกลับมานั้นไม่คุ้นเอาซะเลย แจจุงที่หลับตาปี๋อยู่เอะใจน้อยๆ เปลือกตาบางค่อยๆเปิดเหลือบมอง ดวงตากลมโตมองร่างสูงที่อยู่ในแสงไฟสลัวก่อนที่จะปรับสายตาให้ชิน...

ผม ... ปาร์ค ยูชอนไงครับ.... ร่างสูงแนะนำตัวอีกครั้งก่อนจะยิ้มบางๆ..

.......ไม่เสียแรงที่มาดักรอ...เจอจริงๆซะด้วย........คิม แจจุง........



2007/Mar/08

อ่านนิดนึงนะจ๊ะ ^ ^ : ฟิกเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการดังนั้นอาจจะมีบางอย่างไม่เหมาะสม มิได้มีเจตนาว่ากล่าวหรือว่าร้ายแก่บุคคลในฟิกแต่อย่างใด ดังนั้น ฟิกเรื่องนี้จึงเป็นฟิกที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยค่ะ หากท่านใดที่รับฟิกเรื่องนี้ไม่ได้กรุณาปิดลงได้เลยนะคะ ขอบคุณค่ะ^ ^

ดองไปซะหลายวันเลย เหอะๆ แต่ ไม่มีคนอ่านเลยแหะ T ^ T


Tri-angle Love

step 2

ปาร์ค ยูฮวานเดินลากคนตัวเล็กเข้ามาภายในภัตรตาคาร จุนซูมองไปรอบๆร้านด้วยสีหน้าพรั่นพรึง ก่อนจะกระตุกแขนเสื้อคนตรงหน้าเบาๆ

ยูฮวาน...ฉันว่า .. มันแพงไปมั้ง คนตัวเล็กพูดอย่างเกรงใจ ปาร์ค ยูฮวานมองยิ้มๆฝ่ามือเรียวลูบหัวคนคิดมากอย่างเบามือ

ไม่ต้องห่วงน่า ...ฉันมีตังค์จ่ายหรอก.. ร่างสูงพูดพลางแย้มยิ้มน้อย ในขณะที่อีกคนทำท่าขัดใจ รู้หรอกว่ามีสตางค์แต่มันจะไม่ใช่เรื่องนะสิที่จะมาเลี้ยงเขาด้วยอาหารราคาน่ากลัวแบบนี้

ฉันรู้...แต่ฉันไม่ชอบ ... มันดู..ฟุ่มเฟือย.. คำพูดที่บ่งบอกอารมณ์ได้อย่างดี ยูฮวานยิ้มอีกครั้ง ก่อนจะหาเหตุผลมาพูดกล่อมเบาๆ มือเรียวจับข้อมือบางไว้มั่นและกระชับเบาๆอย่างอบอุ่น

ฉันไม่ได้พามากินทุกวันซะหน่อย ร่างสูงเอ่ยติดตลกพลางทำหน้าล้อเลียน จุนซูถอนใจออกมาก่อนจะส่งยิ้มเนือยๆให้

นายเนี่ยน้า... ชอบทำให้ฉันลำบากใจอยู่เรื่อยเลย คนตัวเล็กบ่นอุบ แต่อีกฝ่ายเงียบไป ทั้งสองยืนอยู่สักพักบริกรจึงเชิญไปที่โต๊ะริมหน้าต่างซึ่งได้จองไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เสียงเพลงในร้านดังคลอคละเคล้าบรรยากาศทำให้ภายในร้านดูโรแมนติกมากขึ้น รอบข้างมีแต่คู่รักมานั่งทานอาหารในร้านมากมาย ...

..ฉัน .. ทำให้นายลำบากใจขนาดนั้นเลยเหรอ?จุนซู ฟังเอาจากเสียงก็พอรู้ว่าตอนนี้คนพูดทำสีหน้ายังไง น้ำเสียงที่ทำให้อีกฝ่ายต้องเงยหน้าขึ้นมามอง ก่อนที่มือเล็กๆจะเอื้อมไปกุมมือคนตรงหน้าไว้

อ่า ... ฉัน .. ขอโทษ..ยูฮวาน .. ..ขอโทษนะ คนตัวเล็กพูดอย่างสำนึกผิด ขอโทษที่..เอาแต่ใจไปหน่อย..อย่าเงียบซี่ จุนซูพูดอีกครั้งด้วยสีหน้าวิตกกังวล ก่อนที่จะได้ยินเสียงเหมือนพยายามกลั้นหัวเราะอย่างหนักค่อยๆหลุดออกมาจากริมฝีปากของ ปาร์ค ยูฮวาน ทำให้คนที่กำลังเข้าโหมดกังวลอยู่เมื่อกี้แทบเดือดเป็นไฟ

ปาร์ค ยูฮวาน!นี่นายแกล้งฉันเหรอเนี่ย! ส่งเสียงแผดขึ้นสูงอย่างไม่พอใจ ฝ่ามือหนักๆจากที่กุมมือไว้หลวมๆเมื่อกี้กลับตีแรงๆเข้าที่ต้นแขนอีกฝ่ายอย่างตั้งใจให้สำนึก พลางทำหน้าบูดจนคนขี้แกล้งต้องรีบง้อกลับ..แทนที่จะได้เป็นฝ่ายโกรธกลับต้องมาง้อเองเสียนี่คนเรา ..

RRRrrrrrrrrrr

เสียงจากโทรศัพท์ดังอยู่ข้างตัว ร่างสูงล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าก่อนหยิบออกมาดูสายเรียกเข้า

[YunHo]

ปาร์ค ยูชอน ถอนใจออกมาก่อนกดรับโทรศัพท์จากเพื่อนรัก.. คาดเดาได้ไม่ยากเลย วันนี้มันจะชวนไปดื่มที่ไหนอีกล่ะเนี่ย ?

ฮัลโหล ...มีอะไรวะ?ตื่นตอนบ่ายหรือไงกัน ยูชอนแกล้งพูดเหน็บแนมผ่านคลื่นโทรศัพท์ จนได้ยินเสียงอีกฝ่ายที่ตอบกลับมาดังเกินคาด ฟังก็รู้ได้ว่ามีเรื่องหงุดหงิดแน่นอน ..

[เออสิวะ !! . .. ข้าเพิ่งตื่น .. แต่เพิ่งตื่นเพราะอะไร เอ็งรู้มั้ยวะ!!?] ฟังจากเสียงที่แหวกผ่านเทเลคอมมานี่คงมีเรื่องให้กลุ้มใจอยู่ไม่น้อย..

เอ๊ะ .. แต่หน้าอย่างมันเคยกลุ้มใจอะไรด้วยเหรอเนี่ย?

แล้วฉันจะไปรู้กับแกเรอะ?ตอกกลับไวเท่าความคิด ที่เค้าว่าเพื่อนกันนิสัยย่อมเหมือนกันไม่งั้นคบกันไม่รอดถ้าจะจริงขึ้นมาและวัดได้ก็คงวันนี้ล่ะ

[...เจสสิก้ากลับมาจากปารีสแล้ว ...เมื่อวานนี้.. ข้าตายแน่เลยว่ะ] เมื่อได้ฟังชื่อนั้นก็ถึงกับสะอึก .. เจสสิก้าลูกสาวเจ้าของธุรกิจค่าย

เพลงใหญ่แห่งหนึ่ง มีบิดาที่เรียกได้ว่าเป็นพ่อมดการเงิน ลูกสาวก็ไฮโซควงผู้ชายไม่ซ้ำหน้า แต่ที่จะติดพันนานที่สุด ก็คงต้องเจ้ายุนโฮนี่ล่ะ...

.....เวรแล้วมั้ยล่ะ..?..เพื่อนเอย....

แล้วแกจะทำยังไง ... แม่เจ้าประคุณก็ติดตัวแกแจไม่ใช่เหรอวะ?.. ร่างสูงพูดเป็นเชิงเห็นใจน้อยๆ ซวยจริงๆเพื่อน แต่อีกใจก็สมน้ำหน้าอยากลองควงหล่อนคนนั้นดีนัก แล้วเป็นยังไงล่ะ ชะงักทุกครั้งที่ได้ยินชื่อเลยสิน่า..

[ไม่รู้ ... เลยรีบไปส่งจีฮินกลับบ้านเมื่อตอน7โมงเนี่ยแหละ..กลับมาคอนโดก็หลับเป็นตาย..เจสเพิ่งโทรมาวีนใส่ข้าเมื่อกี้ว่ะ]

เออดี!...สมน้ำหน้าเอ็ง...หลีนัก ยูชอนถมใส่อย่างลืมตัว ก่อนที่จะคุยเรื่องสัพเพเหระต่อ สรุปได้ว่าวันนี้ยุนโฮมันคงจะหนีเจสสิก้าไปแอบเที่ผับของเขาอย่างแน่แท้ ...

...นี่ที่ทำงานเขากลายเป็นหลุมหลบภัยให้มันไปแล้วสิเนี่ย ...

...เฮ้ย!! ที่ทำงานข้าไม่ใช่หลุมหลบระเบิดพวกญี่ปุ่นนะเว้ย!!!

ร่างสูงคิดก่อนลุกไปหยิบสูทที่พาดไว้กับโซฟาตัวยาวพลางเหลือบมองดูนาฬิกา...

บ่าย3โมงแล้ว ... เจ้าริกกี้กับแฟนคงไปเที่ยวที่ไหนต่อละมั้ง.... คิดได้อย่างนั้นก็ลุกออกจากห้องทำงานไป..ไม่อยากไปต่อที่ไหนเลยแฮะวันนี้

.........มานึกถึงเมื่อคืนวาน.......ถ้าลองไปนอนที่สวนสาธารณะนั่นอีกครั้ง..จะได้เจออีกรอบรึเปล่านะ?

...........เหอะ!? คิดอะไรบ้าๆ ..... ติดใจใครก็ไม่รู้ไปแล้วรึไงกันเรา...?

21.45 นาฬิกา

ภายในสถานบันเทิงขนาดใหญ่ที่มักจะมีเหล่าผู้มีชื่อเสียงมาเยือนหลายรายต่อวันนั้น คืนนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่ ร่างสูงภายในชุดเชิ้ตสีขาวปล่อยชายเสื้อแบบสบายๆนั่งหันหน้าเข้ากับบาร์คอลเทล ใบหน้าคมที่หล่อเข้มมัดใจสาวเหลือบซ้ายเหลือบขวาก่อนจะโทรตามเพื่อนรัก....

ฮะ?...วันนี้ไม่มา ฝากฉันแทน เออดี!..จะไปไหนล่ะวะ? จุง ยุนโฮนั่งบ่นเบาๆเมื่อได้รับคำตอบกลับมา ... เหตุผลของปาร์ค ยูชอนก็คือขี้เกียจ..

...คงน่าเชื่อนักหรอก ....ที่เจ้าเพลย์บอยในคราบสุภาพบุรุษนั้นจะขี้เกียจ..คงจะไปติดใจใครเข้าล่ะสิท่า..

ร่างสูงถอนหายใจพรืดอย่างเอือมระอา เมื่อมีเรื่องที่น่าปวดหัวมากกว่าหลายเท่านัก.. นั่นก็คือการกลับมาของเจสสิก้า ... ลูกสาวของเจ้าพ่อการเงินที่ดีแต่นั่งพ่นลมหายใจใช้เงินไปวันๆ ..แถมขี้หึงขี้วีนเป็นที่หนึ่ง ........ น่ากลุ้มชะมัด ....

รับอะไรดีครับ? เสียงใสจากบริกรเอ่ยถาม ร่างสูงที่นั่งจมปลักกับความเซ็งอยู่จึงเงยหน้าขึ้นมองตามต้นเสียง... แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นหน้าค่าตาของบริกรหนุ่ม..ความคิดบางอย่างวูบเข้ามาในหัว

...สวยอย่างไม่น่าเชื่อ....

ถึงแม้แสงไฟในที่นี้จะวูบวาบจนมองเห็นทางแทบไม่ชัด แต่แสงไฟจากบาร์คอลเทลก็ช่วยให้มองคนตรงหน้าได้ชัดเจน ผิวที่ขาวใส กับใบหน้าที่ดูหวานนั้นทำเอาร่างสูงตกอยู่ในภวังค์อย่างลืมตัวได้ครู่หนึ่งเลยทีเดียว..

เอ่อ..คุณครับ..?

.......

คุณ?...คุณครับ!

หา?...อ่า..โทษทีน้อง...เอาบรั่นดีละกัน ร่างสูงตอบรัวๆ บริกรหนุ่มยิ้มขำขำอยู่พักหนึ่งจึงพยักหน้ารับเป็นเชิงเข้าใจ... ชายคนนั้นเองก็ไม่ใช่รายแรกหรอกที่จะนั่งอึ้ง .. เพราะลูกค้าประจำส่วนใหญ่หรือแม้แต่ที่ไม่ประจำ ก็เช่นกัน มักนิ่งอย่างนี้ทุกทีเวลาที่เจอเขาครั้งแรก จนบางทีเขาก็รู้สึกหงุดหงิด ... ที่มักโดนชมว่าสวยมากกว่าหล่อ.. เอ๊ะ ? ภูมิใจซะดีมั้ยนี่

คิม แจจุง เด็กหนุ่มจากจุงนัมเดินทางเข้ามาในโซลเพื่อหางานทำ แล้วจึงมาสมัครงานที่นี่เพื่อหาเงินไปเรียนต่อ ตอนแรกก็ไม่คิดจะรับแต่รู้จักกับรุ่นพี่ที่เค้าเป็นผู้จัดการฝ่ายขายที่นี่ เค้าชวนมาก็เลยตกลงเพราะพี่เค้าไว้ใจได้..แถมทำงานที่นี่ได้เจอดาราหรือไฮโซในมุมที่หลุดโลกตั้งเยอะแยะ...

บรั่นดีได้แล้วครับ บริกรหนุ่มส่งเครื่องดื่มพร้อมกับยิ้มให้ คนตรงหน้าเค้าดูหล่อจนน่าอิจฉาเลยทีเดียว สาวๆคงชอบแบบนี้กันน่าดูเลยล่ะสิท่า..ดูจากลักษณะแล้วก็น่าจะมีสาวมาติดพันอยู่หรอก

นายชื่ออะไรน่ะ? จู่ๆก็ถามขึ้นมาซะเฉยๆจนร่างบางสะดุ้ง ดวงตาคมสบตากับอีกฝ่ายนิ่ง บริกรหนุ่มแย้มรอยยิ้มสวยให้ก่อนตอบคำถาม

คิม แจจุงครับ.. ร่างบางตอบก่อนจะเอี้ยวตัวรับออเดอร์แล้วก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองต่อ รอยยิ้มที่ยิ้มให้เขาเมื่อกี้ดูไร้เดียงสาอยู่ในความคิดของยุนโฮ ดวงตากลมกับผิวขาว แถมหน้าสวยขนาดนี้ดูยังไงก็ไม่น่าจะเหมาะกับการมาทำงานลำบากดึกดื่นแบบนี้เลย

ฉัน จุง ยุนโฮ...แล้ว..นายไม่มีชื่อเล่นอีกเหรอ......คือ..ฉัน..เรียกไม่ถูกน่ะ ยุนโฮรีบเสริมเมื่อคนร่างเล็กเริ่มทำหน้างงเหมือนว่าอยากจะรู้ไปทำไม..

...ก็นั่นสิ...จะอยากรู้ไปทำไมล่ะ?.....

..ชื่อเล่นชื่อโบแจครับ..แล้วแต่จะเรียกเถอะครับ คิมแจจุง หรือโบแจบอกพร้อมกับรอยยิ้มสดใสอีกครั้ง รอยยิ้มที่ไม่ว่าใครก็ต้องมองและคิดแบบเดียวกันแน่ๆ...

.......น่ารัก....

ความคิดที่พิลึกพิลั่นแว่บเข้ามาในหัวอีกครั้ง ใบหน้าคมคายสะบัดหน้าน้อยๆเหมือนเตือนตัวเอง โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีอะไรบางอย่างที่ไม่อยากให้มี กำลังจะปรากฎขึ้นในไม่กี่อึดใจข้างหน้า

จับได้แล้ว.....อยู่นี่เองรึคะ?ยุนโฮ ร่างสูงสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าหล่อเหลาในยามนี้ดูเผือดซีด ก่อนจะหันไปประจันหน้าอย่างช้าๆ..

.....เจสสิก้า............



2007/Feb/28

Tri-angle Love [Step .one]

รถจากัวร์สีดำขับแล่นเข้ามาในบริษัทใหญ่ด้วยความเร็วร่างสูงเบรกเอี๊ยดหน้าตึกของตัวบริษัทก่อนที่จะลงจากรถ และโยนกุญแจรถให้ยามที่ยืนรออยู่หน้าตึกเพื่อเอารถไปเก็บ ยูชอนถอดเสื้อสูทตัวนอกออก ก่อนที่ประตูทางเข้าอาคารใหญ่แห่งนี้จะเลื่อนเปิดต้อนรับเองโดยอัตโนมัติ..

อ้าว!คุณยูชอน สวัสดีค่ะ มาพบคุณยูฮวานรึเปล่าคะ? เลขาที่นั่งอยู่หน้าห้องทักเมื่อเห็นร่างสูงเดินตรงมาหา ยูชอนพยักหน้ายิ้มๆก่อนที่จะยืนรอให้เลขาสาวรายงานหัวหน้าของหล่อนซะก่อน

บอสคะ ... คุณยูชอนมาหาค่ะ เสียงใสเจื้อยแจ้วผ่านเครื่องสื่อสารอิเลคทรอนิกส์ที่วางอยู่บนโต๊ะ ในขณะที่ยูชอนมองไปทั่วออฟฟิศนั้น พลันสายตาก็สะดุดกับจุดๆหนึ่งเข้า ชายหนุ่มร่างเล็ก ผมทอง หน้าจัดได้ว่าดูหวานอยู่ไม่น้อยกำลังวิ่งพล่านไปทุกโต๊ะทำงาน มือข้างหนึ่งมีโทรศัพท์มือถือ และอีกข้างหอบแฟ้มพะรุงพะรัง ชีวิตดูยุ่งเหยิงใช้ได้เลยจริงๆ

คุณยูชอนคะ

.........

คุณยูชอนคะ!

หา..? อ่ะ.. ครับ? ร่างสูงสะดุ้งนิดๆก่อนหันไปทางเลขาคนสวยของเจ้าน้องชาย ก่อนจะยิ้มเจื่อนไปให้

เชิญเข้าไปได้เลยค่ะ เสียงใสนั้นพูดพลางยิ้มน้อยๆ คงจะแอบขำเขาล่ะสิท่า .. ยูชอนพยักหน้าอีกครั้งโดยไม่ลืมจะยิ้มหวานส่งกลับไปให้อีกฝ่ายจละลายเล่นๆ ทำเอาเลขาคนสวยหน้าแดงถึงหูเลยทีเดียว

เสียงประตูดังขึ้น พร้อมกับใครอีกคนที่ปรากฏ ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่เงยหน้ามองก่อนจะยิ้มออกมา..

อ้าวพี่?...วันนี้ลมอะไรหอบมาให้เข้าบริษัทล่ะครับ? ปาร์ค ยูฮวานหรือที่ในครอบครัวเรียก ริกกี้ ถามพี่ชายพลางยิ้มขัน ยิ้มที่เหมือนดูคล้ายกัน

... ลูกชายอีกคนของพ่อ .. น้องชายของเขา

ลมบ้าหมูละมั้ง..ร่างสูงตอบอย่างอารมณ์ดี อยู่คอนโดมันไม่มีอะไรทำนี่หว่า...ขับรถผ่านมาแถวนี้เลยแวะหน่อย...

โธ่เอ้ย .. นึกว่าจะมาหาผม.. คนที่นั่งอยู่ตอบก่อนจะทำหน้าผิดหวังอย่างจงใจเสแสร้ง ทำให้ร่างสูงกลั้วหัวเราะเล็กน้อยก่อนเดินไปนั่งที่โซฟารับแขกตัวยาวของมุมห้อง ดวงตาสีน้ำตาลหลับตาลงเหมือนพัก ยูฮวานมองพี่ชายก่อนที่พูดขจัดความเงียบ

เมื่อคืนกลับดึกกลับดึกเหรอครับ?

อืม .. ใช่ ..เจ้ายุนโฮมันมัวแต่หลีสาวน่ะ พี่ต้องรอมันก่อน ไม่งั้นเดี๋ยวร้านปิดไม่ได้ เพราะมันอยู่นานกว่าจะกลับ ร่างสูงพูดในขณะที่หลับตาอยู่ ยูฮวานพยักหน้าเชิงเข้าใจ ก่อนที่อยู่ดีๆก็มีเสียงข้อความโทรศัพท์จากเลขาสาวขึ้นมาขัดความเงียบจนทำให้อีกคนตรงมุมห้องซึ่งกำลังจะงีบต้องลืมตาขึ้นมา

บอสคะ คุณคิม จุนซูขอพบค่ะ

ให้เชิญเข้ามาได้เลยครับ

เสียงประตูดังขึ้นอีกครั้ง หนุ่มผมทอง กับใบหน้าที่ดูหวานเดินเข้ามา ในมือก็ถือแฟ้มอยู่เต็มไปหมด ยูฮวานยิ้มกว้างก่อนที่จะพยักเพยิดไปทางพี่ชายของเขา ซึ่งกำลังนั่งเบิ่งตาโตอยู่ตรงมุมห้อง

จุนซู .. นั่นพี่ชายผมไง ปาร์ค ยูชอนหรือมิกกี้น่ะ

สวัสดีครับปาร์ค ยูชอนครับ ร่างสูงที่นั่งอยู่เอ่ยทัก ก่อนส่งยิ้มกว้างให้อีกฝ่ายอย่างจริงใจ ...

...ผู้ชายที่กำลังวุ่นๆอยู่เมื่อกี้ล่ะสินะ...

อ้าว!.. สวัสดีครับ คิม จุนซูครับ..ริกกี้!นายมีแขกอยู่ทำไมเลขานายไม่บอกฉันล่ะ? ร่างเล็กพูดพลางโค้งให้หลายๆทีก่อนจะหันไปแหวใส่น้องชายเขาอย่างขัดใจน้อยๆ ยูชอนอมยิ้มกับท่าทีน่ารักนั่น แต่ก็นึกแปลกอยู่ในใจ..ลูกน้องทำไมพูดกับลูกชายประธานบริษัทแปลกๆแฮะ ?

เอ้านี่ .... เอกสารที่นายฝากให้ฉันไปเก็บจากพนักงานอ่ะ .. เหนื่อยนะเนี่ย.. ร่างเล็กบ่นอุบในขณะที่ยูฮวานหัวเราะน้อยๆ ไม่ทันไรฝ่ามือใหญ่ฉวยข้อแขนอีกฝ่ายพลางดึงให้มาอยู่ใกล้ๆ

ทำให้แฟนแค่นี่ไม่ได้เหรอครับ..?หืม? คำพูดที่ทำเอาคนฟังหน้าแดง ก่อนที่คนตัวเล็กจะใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่สะกิดแรงๆที่หัวไหล่ของคนขี้แกล้ง ดวงหน้าหวานแดงระเรื่ออย่างน่ารักจนสีแทบจะเหมือนมะเขือเทศสุก แต่ใครก็ไม่อึ้งเท่าผู้เป็นพี่ชาย ยูชอนนั่งเคว้งอยู่ที่โซฟาอย่างแปลกใจน้อยๆ

...มิน่า..พูดจาสนิทสนมกันอย่างกับไม่ใช่ลูกน้องกะเจ้านาย..

...ก็ไม่ใช่นะสิเอ้อ!! .. จะคิดทำไมให้ปวดหัวล่ะะปาร์ค ยูชอนเอ้ย!!

ไม่นานนักเมื่อยูฮวานเซ็นเอกสารหมด ร่างสูงก็พลุนพลันลุกขึ้นก่อนจะลากจุนซูที่ยืนอยู่ข้างๆเขาไปด้วย จนคนตัวเล็กหน้ามุ่ยด้วยความตกใจ เพิ่งเข้ามานั่งได้แปบเดียวต้องลุกไปอีกละ

พี่ครับ .... ผมออกไปกินข้าวกับแฟนก่อนนะ... คำพูดทิ้งท้ายอย่างชัดเจนที่ดูเหมือนแหย่คนข้างๆทำให้ยูชอนหัวเราะ ก่อนจะพูดอย่างหมันไส้

จะไปไหนก็ไปเลยไป๊....อิจฉาว้อย.. ร่างสูงแซวกลับก่อนจะยิ้มให้อีกคนที่ยืนอยู่ข้างหลังน้องชาย จุนซูผงกหัวก้มสองครั้งเป็นเชิงลาก่อนยิ้มน้อยๆแล้วเดินตามแรงที่ถูกดึงจากข้อแขนไป ..

......ไปกันหมด....โดนทิ้งให้อยู่คนเดียวอีกแล้วสิเนี่ย....

ตอนนี้ก็เหลือเพียงเขาคนเดียวจริงๆ .. ดวงตาสีน้ำตาลมองไปยังกระจกบานใส สายตาจับจ้องกับตึกรามบ้านช่องและอาคารสูงๆทั่วเกาหลีอย่างเลื่อนลอย ... ก่อนจะมองเห็นเงาตัวเองสะท้อนปรากฏอยู่ลางๆ

มือเรียวเอื้อมสัมผัสใบหน้าที่สะท้อนในกระจกเบาๆ ก่อนถอนใจออกมา ....

...... ชินได้แล้วล่ะ...ปาร์ค ยูชอน .... .